วันที่ 12 มี.ค.64 พล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 สั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมกันออกตรวจพิสูจน์พื้นที่ไม้สมบูรณ์ถาวร พื้นที่ป่าสงวนต้นน้ำเพื่อกิจการนิคม ถูกลักลอบตัดไม้ทำลายป่า บ้านซาไก ม.3 ต.บ้านแหร่ อ.ธารโต จ.ยะลา หลังรับแจ้งว่ามีกลุ่มบุคคลขึ้นไปลักลอบตัดไม้ทำลายป่าจำนวนหลายแปลง ใกล้กับชายแดนไทย-มาเลเซีย
โดยคณะเจ้าหน้าที่เดินเท้าจากจุดจอดรถขึ้นไปบนภูเขาประมาณ 3 กม.ถึงเขตแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย ระหว่างใกล้หลักเขตแดนที่ 47 A. เทือกเขาสันกาลาคีรีเป็นพื้นที่ต้นน้ำเหนือทะเลสาบเขื่อนบางลาง แม่น้ำปัตตานี ตรวจพบพื้นที่ป่าไม้สมบูรณ์กำลังถูกทำลายใหม่ และเก่าจำนวนหลายแปลงมีการตัดโค่นต้นไม้มีค่าจำนวนมาก คณะเจ้าหน้าที่เดินเท้าตรวจพื้นที่ป่าไม้ถูกทำลายแล้วจำนวน 1 แปลง ที่บริเวณพิกัด 47 N QG 369745 ความสูงจากรระดับน้ำทะเลปานกลาง 834 เมตร ตรวจพบพื้นที่ป่าไม้สมบูรณ์ถูกลักลอบทำลายมาแล้วประมาณ 1-2 ปีแล้วมีการลักลอบแผ้วถางป่าใหม่จนถึงปัจจุบัน
ต้นไม้มีค่ายืนต้นขนาดกลาง-ขนาดเล็ก ถูดตัดด้วยเครื่องเลื่อยโซ่ยนต์ล้มคาตอ ไม่ได้ตรวจยึดปล่อยให้ผุเปื่อยไปตามธรรมชาติ ต้นไม้มีค่ายืนต้นขนาดเล็ก ไม้พื้นล่าง วัชพืช ถูกตัดฟันด้วยมีดพร้า ไม่เผาทำลาย แล้วถูกต้นทุเรียนขนาดเล็กทั้งแปลง ตรวจวัดพื้นที่ป่าไม้ถูกทำลายได้จำนวนกว่า 31 ไร่ ยึดถือครอบครองเพื่อทำการเกษตรปลูกทุเรียนขนาดเล็ก ซึ่งขณะตรวจสอบไม่พบผู้ใดในพื้นที่ป่าถูกทำลายคาดว่าเพิ่งหลบหนีไป
โดยตำรวจ สภ.แม่หวาด อ.ธารโต จ.ยะลา ได้รวบรวมเก็บวัตถุพยานและสิ่งของกลางอื่นๆ พร้อมกล่าวหาว่า กลุ่มบุคคลที่ลักลอบตัดไม้ทำลายป่า ลักลอบแปรรูปไม้ กระทำความผิด พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 พ.ร.บ.จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ.2511 พร้อมมอบหมายให้เจ้าหน้าที่นิคมสร้างตนเองเบตงและเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ยล.3 (ลำพะยา-บันนังสตา-ฮาลา) จัดทำบันทึกรายละเอียดรายละเอียด นำเรื่องร้องทุกข์ต่อ พงส.สภ.ธารโต อ.ธารโต จ.ยะลา เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป