9 มิ.ย.2565 – ที่ห้องแถลงข่าวอาคารรัฐสภาฯ พรรคร่วมฝ่ายค้าน 6 พรรค ประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล พรรคเสรีรวมไทย พรรคประชาชาติ พรรคเพื่อชาติ และพรรคพลังปวงชนไทย นำโดยนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน และส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย นายซูการ์โน มะทา ส.ส.ยะลา พรรคประชาชาติ เป็นต้น ร่วมแถลงข่าว ความพร้อมในการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ตามรัฐธรรมนูญมาตรา151
นพ.ชลน่าน แถลงว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านมีมติร่วมกันว่าจะยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นรายบุคคล ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 เวลา 10.00 น. วันที่ 15 มิ.ย.กำหนดการอภิปรายครั้งนี้ ใช้ชื่อยุทธการ “เด็ดหัว สอยนั่งร้าน” เด็ดหัว คือ จะเป็นการอภิปรายเด็ดหัวนายกรัฐมนตรี และนั่งร้าน คือ รัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ในประเด็นข้อกล่าวหาเกี่ยวกับความผิดพลาดล้มเหลวการบริหารราชการแผ่นดิน จงใจฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญและมาตรฐานจริยธรรม ส่อทุจริตเอื้อประโยชน์ ไม่ปฏิบัติตามนโยบายที่แถลงไว้ต่อรัฐสภาหรือเรื่องที่ฝ่ายค้านเคยอภิปรายได้เคยทักท้วง การละเมิดสิทธิมนุษยชน และการทำลายระบอบประชาธิปไตยระบบรัฐสภา ในกรอบ 6 เรื่องนี้ มั่นใจในข้อมูลจาก 6 พรรคร่วมฝ่ายค้าน บวกกับพรรคไทยศรีวิไลย์ที่จะมาร่วมอภิปรายด้วย
เมื่อถามว่า การอภิปรายครั้งนี้จะส่งผลให้ล้มรัฐบาลได้หรือไม่ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า พิจารณาจากข้อกล่าวหาในประเด็นทุจริตทำผิดกฎหมายเรามั่นใจ เพราะเป็นข้อกล่าวหาที่ชี้ชัดลงไป มีใบเสร็จทางการเมืองที่จะชี้ให้เห็นจึงมีความมั่นใจ โดยเฉพาะรัฐมนตรีที่ทำผิดต่อกฎหมาย ส่วนนายกฯจะเป็นผลพวงจากหน้าที่ที่ท่านกำกับดูแล ยืนยันว่า เสียงของฝ่ายค้านเหนียวแน่น แม้ว่าอาจแปรปรวนไปบ้างจากการลงมติที่ผ่านมา แต่เราไม่เคยนับคนกลุ่มนั้นว่าอยู่ในกลุ่มฝ่ายค้านอยู่แล้ว
ถามว่า การจะล้มรัฐบาลได้จะต้องมีพลังที่ไม่ใช่จากพรรคฝ่ายค้านอย่างเดียว นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ต้องมีสมาชิก และพรรคที่เห็นพ้องกับเราว่า ข้อกล่าวหาที่ตั้งเป็นสิ่งที่เขายอมรับ และไว้วางใจรัฐบาลไม่ได้ ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์ที่เขาจะตัดสินใจ
ผู้สื่อข่าวถามว่า วุฒิสภาจะยื่นเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ จะเป็นการฟอกขาวรัฐบาลหรือไม่ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ต้องดูเนื้อหาของรัฐธรรมนูญที่ระบุว่าส.ว.เข้าชื่อยื่นได้ แต่เป็นการให้ครม.มาแถลงข้อเท็จจริง หรือชี้แจงปัญหาสำคัญในการบริหารราชการแผ่นดิน ถ้าเป็นเช่นนั้นก็ถือเป็นการทำหน้าที่ตรวจสอบควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน แต่ถ้านอกเหนือจากนี้ก็อาจเข้าข่ายฟอกขาวได้ ต้องเฝ้าดูเนื้อหาสาระในญัตติของส.ว. เพราะตามรัฐธรรมนูญเขามีสิทธิ์ยื่นได้ พร้อมกับดูพฤติกรรมในการอภิปราย ถ้าไม่ใช่ข้อเท็จจริง แต่มาแถลงผลงานหรือมาตอบผลสัมฤทธิ์ ก็เข้าข่ายว่า น่าจะไม่ชอบตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ แต่ใช้วุฒิสภาในการฟอกขาว ซึ่งประชาชนจะจับตาดู
ถามอีกว่า จะเป็นการอภิปรายครม.ทั้งหมดกี่คน นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน กล่าวว่า 1 หัวมี 1 คน ส่วนนั่งร้านมาจาก 3 พรรค คือ พรรคภูมิใจไทย พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคพลังประชารัฐ รวมนั่งร้าน 9 คน บวกกับหัวด้วยก็เป็น 10 คน ซึ่ง 3 ป.โดนครบทุกคน เพราะเป็นเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ ขณะที่กรอบระยะเวลาการอภิปราย คาดว่าจะใช้เวลามากกว่า 4 วัน