พล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 สั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมกันออกตรวจพิสูจน์พื้นที่ไม้สมบูรณ์ถาวร พื้นที่ป่าสงวนต้นน้ำเพื่อกิจการนิคม ถูกลักลอบตัดไม้ทำลายป่า บ้านซาไก อ.ธารโต จ.ยะลา หลังรับแจ้งว่ามีกลุ่มบุคคล ขึ้นไปลักลอบตัดไม้ทำลายป่าจำนวนหลายแปลง ใกล้กับชายแดนไทย – มาเลเซีย
คณะเจ้าหน้าที่เดินเท้าจากจุดจอดรถขึ้นไปบนภูเขาประมาณ 3 กม.ถึงเขตแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย ระหว่างใกล้หลักเขตแดนที่ 47 A. เทือกเขาสันกาลาคีรี เป็นพื้นที่ต้นน้ำ เหนือทะเลสาบเขื่อนบางลาง แม่น้ำปัตตานี ตรวจพบพื้นที่ป่าไม้สมบูรณ์กำลังถูกทำลายใหม่ และเก่าจำนวนหลายแปลงมีการตัดโค่นต้นไม้มีค่าจำนวนมาก
คณะเจ้าหน้าที่เดินเท้าตรวจพื้นที่ป่าไม้ถูกทำลายแล้วจำนวน 1 แปลง ที่บริเวณพิกัด 47 N QG 369745 ความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 834 เมตร ตรวจพบพื้นที่ป่าไม้สมบูรณ์ถูกลักลอบทำลายมาแล้วประมาณ 1-2 ปี แล้วมีการลักลอบแผ้วถางป่าใหม่จนถึงปัจจุบัน ต้นไม้มีค่ายืนต้นขนาดกลาง-ขนาดเล็ก ถูกตัดด้วยเครื่องเลื่อยโซ่ยนต์ล้มคาตอ-ฟันด้วยมีดพร้า ไม่เผาทำลาย แล้วปลูกต้นทุเรียนขนาดเล็กทั้งแปลง ตรวจวัดพื้นที่ป่าไม้ถูกทำลายได้จำนวน กว่า 31 ไร่ ยึดถือครอบครองเพื่อทำการเกษตร ปลูกทุเรียนขนาดเล็ก ซึ่งขณะตรวจสอบ ไม่พบผู้หนึ่งผู้ใดในพื้นที่ป่าถูกทำลายคาดว่าเพิ่งหลบหนีไป
โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่หวาด อ.ธารโต จ.ยะลา ได้รวบรวมเก็บวัตถุพยานและสิ่งของกลางอื่นๆ พร้อมกล่าวหาว่า กลุ่มบุคคลที่ลักลอบตัดไม้ทำลายป่า ลักลอบแปรรูปไม้ กระทำความผิด พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 พ.ร.บ.จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ.2511 พร้อมมอบหมายให้ เจ้าหน้าที่นิคมสร้างตนเองเบตง และเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ยล.3 (ลำพะยา-บันนังสตา-ฮาลา) จัดทำบันทึกรายละเอียดรายละเอียด นำเรื่องร้องทุกข์ต่อ พงส.สภ.ธารโต อ.ธารโต จ.ยะลา เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป