เผยแพร่:
ปรับปรุง:
โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม
MGR Online – พบมือพ่นสเปรย์หน้า ตร. และเผาหน้าศาลอาญา เคยก่อเหตุที่ จ.เชียงใหม่ จ.ยะลา น.1 รับมือ“กิจกรรมเดินทะลุฟ้า”การข่าวยังไม่พบความรุนแรง ย้ำทำเนียบเป็นสถานที่สำคัญ ห้ามชุมนุม เผยจับไปป์บอมบ์แยกปทุมวัน ลักษณะคล้ายระเบิดในการชุมนุม รู้พิกัดยิงปืนใส่รถ คฝ.ตชด.แล้ว
วันนี้ (11 มี.ค.) ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น.กล่าวถึงกรณีวานนี้ (10 มี.ค.) มีการจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ จ.เชียงใหม่ คาดว่า เกี่ยวข้องกับการฉีดพ่นสเปรย์ ที่หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) และเผาหน้าศาลอาญารัชดาฯ ว่า เบื้องต้นพบมีการกระทำผิดหลายพื้นที่ไม่ใช่เฉพาะ จ.เชียงใหม่ หรือกรุงเทพฯ แต่ยังมีจังหวัดอื่นอีก โดยกองบัญชาการตำรวจสันติบาล (บช.ส.) จับกุมได้ในพื้นที่ จ.นนทบุรี ในส่วนพื้นที่กรุงเทพฯ มีพยานหลักฐานยืนยันว่า เมื่อวันที่ 18 พ.ย.เข้าร่วมชุมนุมที่หน้า ตร.และเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่หน้าศาลอาญา อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อออกหมายจับและแจ้งข้อกล่าวหา นอกจากนี้ ยังพบว่ามีการกระทำผิดที่ จ.ยะลา
พล.ต.ท.ภัคพงศ์ กล่าวต่อว่า สำหรับการเตรียมความรับมือ “กิจกรรมเดินทะลุฟ้า” ครั้งที่ 2 ในวันที่ 13 มี.ค.นี้ ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ-ทำเนียบรัฐบาล ได้กำชับในเรื่องการรักษาความสงบเรียบร้อย โดยประเมินสถานการณ์จากการข่าวเป็นหลัก พยายามให้กลุ่มผู้ชุมนุมดำเนินการตามกรอบกฎหมาย ถ้ามีการเคลื่อนขบวนสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนผู้อื่น ตำรวจจะจัดเส้นทางหลีกเลี่ยงและจำกัดพื้นที่การชุมนุม เพื่อให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด
“ทำเนียบรัฐบาลเป็นสถานที่สำคัญ ห้ามมีการชุมนุมอยู่แล้ว ถ้ากลุ่มผู้ชุมนุมไม่ใช้ความรุนแรงเหตุการณ์ก็ไม่รุนแรง หากพบการข่าวว่าจะมีกลุ่มบุคคลสร้างความรุนแรง นครบาลก็ต้องดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ตอนนี้ยังไม่พบว่าจะมีความรุนแรง แต่พรุ่งนี้อาจจะมีก็ได้”น.1 กล่าว
กรณีเมื่อวันที่ 5 มี.ค. ตำรวจ สน.ปทุมวัน จับกุม นายพิเชฐ์ (สงวนนามสกุล) พร้อมของกลาง ไปป์บอมบ์ 18 แท่ง บริเวณแยกปทุมวัน มีภูมิลำเนา จ.พิษณุโลก ได้เข้าตรวจค้นที่บ้านพัก พบของกลาง มีลักษณะเดียวกับที่พบในที่เกิดเหตุ มีการทำวัตถุระเบิดแรงดันต่ำ ทั้งนี้ ผู้ต้องหามีความรู้และสนใจเรื่องอาวุธปืน เคยถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับอาวุธปืน อยู่ระหว่างขยายผลว่ามีวัตถุประสงค์อะไร ส่วนประเด็นจะเข้ามาร่วมในการชุมนุมหรือไม่ ตำรวจยังไม่ตัดประเด็นทิ้งอยู่ระหว่างตรวจสอบ เนื่องจากเข้ามาในช่วงที่มีการชุมนุม ประกอบกับเป็นช่วงระดมกวาดล้าง มีลักษณะผิดสังเกตจึงเข้าตรวจสอบ
นอกจากนี้ การประกอบยังมีส่วนคล้ายกับระเบิดที่ใช้ในการชุมนุม ด้วยลักษณะเป็นดินระเบิดแรงกันต่ำ มีการใช้สะเก็ด และอีกหลายอย่าง แต่ยังไม่พบพยานหลักฐานเชื่อมโยงกับเหตุระเบิดที่สะพานไทย-ญี่ปุ่น หรือสามย่าน แต่จะคล้ายกับกลุ่มของ นายปิยรัฐ หรือ โตโต้ จงเทพ อายุ 31 ปี หัวหน้าการ์ดอาสาวีโว่หรือไม่ พบว่า คล้ายกันหลายกลุ่ม ลักษณะสำคัญต้องให้ผู้เชี่ยวชาญตอบ แต่ส่วนประกอบหลักเหมือนกัน คือ ดินระเบิดแรงดันต่ำ ขณะเดียวกัน แพทย์อยู่ระหว่างประเมินว่าผู้ต้องหามีสติดี หรือเป็นผู้วิกลจริตตำรวจก็ต้องดำเนินคดีตามปกติ
“ความคืบหน้าคดีคนร้ายยิงปืนใส่รถตำรวจ คฝ.ตชด.31 ได้รับความเสียหาย 6 คัน ขณะนี้คดีมีความคืบหน้าไปมาก ได้นำรถคันเกิดเหตุตรวจพิสูจน์โดยละเอียด เบื้องต้นทราบแล้วว่ายิงมาจากจุดไหน อยู่ระหว่างขยายผลคาดว่าไม่นานจะสรุปได้” ผบช.น.กล่าว